วานนี้ (25 เม.ย.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมประมูลใบอนุญาตให้บริการคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับความเห็นจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ว่าเห็นด้วยกับวิธีการประมูลรูปแบบใหม่ของ กสทช. ที่แบ่งเป็น 9 ใบ ใบละ 5 เมกะเฮิร์ตซ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการได้เรียกผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่เข้าแสดงความเห็น ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ทรูมูฟ ทีโอที กสท โทรคมนาคม สามารถ คอร์ปอเรชั่น เบญจจินดา ล็อกซ์เล่ย์ และ จัสมิน กรุ๊ป
“ทั้งหมดยอมรับรูปแบบใหม่ของ กสทช. แต่ต้องการให้จำกัดว่าผู้เข้าร่วมประมูล 1 รายสามารถครองครองความถี่ได้ไม่เกิน 15 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการ 3 จีแล้ว และจะเร่งให้ทันเดือน ต.ค.นี้ตามแผนที่วางไว้” พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว
สำหรับการประมูลรูปแบบใหม่ที่ กสทช.กำหนด มีทั้งหมด 9 ใบ ใบละ 5เมกะเฮิร์ตซ เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าร่วมประมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน เพราะรูปแบบเดิม เคยกำหนดไว้ไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่เป็นการจำกัดสิทธิ์ สำหรับผู้ให้บริการที่ปัจจุบันมีอยู่ 3 ราย และกำลังประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนคลื่นความถี่
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานบอร์ดกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า บอร์ด กสทช. เห็นชอบรูปแบบเงื่อนไขและรายละเอียดในการประมูลใบอนุญาตการประกอบการทีวีดิจิทัล ที่เบื้องต้นจะมี 4 รูปแบบ คือ ใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงข่าย ใบอนุญาตให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก ใบอนุญาตให้บริการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และใบอนุญาตการให้บริการแบบประยุกต์
ส่วนประกาศ กสทช. ว่าด้วย เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ฉบับปรับปรุงยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดใหญ่


เป็นโอเปอร์เรเตอร์ก็ต้องฟังเรกกูเรเตอร์อยู่ดี