ข่าว

คาดการณ์มูลค่าตลาดไอซีทีไทยปี’55

วานนี้ (25 เม.ย.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ร่วมกันสำรวจตัวเลขตลาด ICT ในประเทศไทยประจำปี 2554 และประมาณการปี 2555 (ICT Market 2011 & Outlook 2012)

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์  ผู้อำนวยการ NECTEC กล่าวว่า ภาพรวมตลาด ICT ไทยปี 2554 โดยรวมมีมูลค่า 531,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึงร้อยละ 6.3 โดยมูลค่าส่วนใหญ่อยู่ในตลาดสื่อสาร 408,846 ล้านบาท รองลงมาเป็นตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และตลาดบริการซอฟต์แวร์ ตามลำดับ

ซึ่งประมาณการว่าอุตสาหกรรม ICT ไทยในปี 2555 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเติบโตถึงร้อยละ 11.2 คิดเป็นมูลค่ากว่า 591,571 ล้านบาท โดยตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์จะเติบโตสูงสุดร้อยละ 20.4

เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายด้าน ICT ปี 2554 พบว่า ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้าน ICT ค่อนข้างสูงในตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และตลาดสื่อสาร ซึ่งในปีนี้อุปกรณ์ที่ผู้บริโภคใช้จ่ายมากที่สุดได้แก่ อุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สายทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน

ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

นายจำรัส  สว่างสมุทร  ประธานที่ปรึกษา สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2554 มีอัตราการเติบโตที่ลดลงจากปี 2553 คือเติบโตร้อยละ 2.9 คิดเป็นมูลค่า 93,589 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มพื้นตัวและการเกิดวิกฤตอุทกภัยเมื่อปลายปี

และประมาณการว่าในปี 2555 ตลาดจะเติบโตถึงร้อยละ 20.4 หรือมีมูลค่า 112,705 ล้านบาท  ซึ่งถือว่ามีมูลค่าสูงมาก ทั้งนี้เป็นการเติบโตตามกระแสความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ยังมีราคาต่อหน่วยที่ลดลงทุกปี นอกจากนั้นยังมีปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เช่น เทคโนโลยีเสมือน (Virtualization Technology) ระบบประมวลผลกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) เป็นรูปแบบการนำทรัพยากรทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาแบ่งปันในลักษณะการให้บริการ (Software as a Service: SaaS) โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนของผู้ใช้ รวมถึงเทคโนโลยีแท็บเล็ตพีซี (Tablet PC)  และประมาณการว่าในปี 2555 องค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะมีการลงทุนด้านคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และวางระบบเพื่อการใช้งานเทคโนโลยีเสมือนและระบบประมวลผลกลุ่มเมฆเพิ่มขึ้นซึ่งทำให้มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ส่วนภาพรวมตลาดสื่อสารในปี 2554 ตลาดมีอัตราการเติบโตร้อยละ 6.9 จากปี 2553 หรือมีมูลค่า 408,846 ล้านบาท  โดยแรงขับเคลื่อนที่สำคัญยังคงมาจากตลาดบริการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ 64.4 และจากตลาดอุปกรณ์สื่อสารร้อยละ 35.6 และประมาณการว่าในปี พ.ศ. 2555 ตลาดสื่อสารโดยรวมจะเติบโตพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 หรือมีมูลค่า 444,385 ล้านบาท เนื่องจากกระแสการเติบโตของความต้องการใช้เทคโนโลยีไร้สายเพื่อตอบสนองความต้องการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับการใช้งาน รับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายโดยอาศัยเทคโนโลยี Wireless Broadband Access (WBA) และ เทคโนโลยี Passive Optical Network (PON) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และกระตุ้นความต้องการใช้บริการ Non Voice ในปีนี้

นอกจากนั้น การเติบโตของตลาดอุปกรณ์สื่อสารในภาพรวมส่วนใหญ่มาจากการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน ซึ่งมีการเติบโตเพิ่มสูงมากในปีนี้ คิดเป็นมูลค่า 37,195 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 27.7 ในปี 2555 ซึ่งเป็นผลมาจากการให้บริการ 3G และราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟนที่มีการปรับลดราคาลงมากจากปีก่อน นอกจากนี้มูลค่าตลาดอุปกรณ์โครงข่ายสื่อสารไร้สายจะเพิ่มจาก 18,295 ล้านบาท เป็น 21,868 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 19.5 ในปี 2555  สำหรับตลาดบริการสื่อสารนั้นถึงแม้ในปี 2554 จะมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าตลาดอุปกรณ์สื่อสาร แต่ในเชิงมูลค่าแล้วสูงถึงประมาณ 263,442 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดคือตลาด Mobile Non Voice ร้อยละ 28.6 และในปี 2555 จะเติบโตสูงถึงร้อยละ 34.2 เป็นผลมาจากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายได้ทุกที่ทุกเวลา และแรงหนุนจากการให้บริการ 3G การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ส่งให้ตลาดอินเทอร์เน็ตในปี 2555 ประมาณการว่าจะเติบโตร้อยละ 9 นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ตลาดสื่อสารมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์

นายเฉลิมพล ปุณโณทก  รักษาการผู้อำนวยการ SIPA  ภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2554 มีมูลค่าการผลิต 29,418 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 10.1 ขณะที่ Embedded System Software ในปี 2554 มีมูลค่าการผลิต 4,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 50.8 ทั้งนี้ประมาณการว่า มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยในปี 2555 จะเติบโตประมาณร้อยละ 17.2  ตลาด Software Services จะเติบโตร้อยละ 17.7 อันเนื่องมาจากการเติบโตตามตลาด Enterprise Software ที่ขยายตัว และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจบริการซอฟต์แวร์มากขึ้น อีกทั้งลูกค้ามีความนิยมใช้บริการซอฟต์แวร์มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง SaaS และ Software Service Outsourcing นอกจากนี้ ตลาด Embedded System Software จะขยายตัวสูงถึงร้อยละ 48.3 ซึ่งเป็นการเติบโตตามอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขยายตัวของการใช้งานในภาคโทรคมนาคม สำหรับสัดส่วนมูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ที่ตกอยู่กับผู้ประกอบการไทยซึ่งปีนี้ได้ทำการสำรวจเป็นครั้งแรกนั้น พบว่า ในตลาดบริการซอฟต์แวร์และ Mobile Application Software ผู้ประกอบการไทยมีสัดส่วนรายได้สูงถึงร้อยละ 87.9 และร้อยละ 85.9 ตามลำดับ ขณะที่ในตลาด Enterprise Software ผู้ประกอบการไทยมีสัดส่วนรายได้ประมาณร้อยละ 56.7 ในตลาด Packaged Software และร้อยละ 74.5 ในตลาด Custom Software

นอกจากนี้ ในปีนี้ยังได้ทำการสำรวจมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งพบว่า โดยภาพรวม สัดส่วนการส่งออกของผู้ประกอบการไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยในตลาด Enterprise Software และตลาด Software Services มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 7.3 และร้อยละ 6 ของมูลค่าการผลิตท้งหมด ตามลำดับ ขณะที่ ตลาด Mobile Application Software มีสัดส่วนการส่งออกเพียงร้อยละ 3 อย่างไรก็ตาม ตลาด Embedded System Software มีสัดส่วนการส่งออกสูงถึงร้อยละ 34

1 ความเห็น

ใส่ความเห็น