ผลการศึกษาของ วีเอ็มแวร์ ชี้ ผู้บริโภคเป็นฝ่ายเลือกใช้เทคโนโลยี องค์กรมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายไอทีเพื่อก้าวตามให้ทัน
3 เม.ย.55 – ผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการทำงาน (New Way of Work Study) ประจำปี 2555 ของวีเอ็มแวร์ ชี้ว่า 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยเลือกใช้อุปกรณ์พกพาส่วนบุคคล และแอพพลิเคชั่นสำหรับการทำงาน การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยวีเอ็มแวร์ อิงค์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ โดยมีการสอบถามความคิดเห็นจากบุคลากรกว่า 200 คนในประเทศไทย
ดร. ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า ผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการทำงานแสดงให้เห็นว่าคนไทยหันมาใช้อุปกรณ์พกพาในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทต่างๆ ควรจะปรับเปลี่ยนนโยบายไอทีเพื่อก้าวให้ทันกับแนวโน้มดังกล่าว เช่น อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อปีที่แล้วส่งผลให้องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องจัดหาบริการสนับสนุนด้านไอทีแก่พนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาจากทุกอุปกรณ์
เมื่อถามว่าพนักงานได้รับบริการสนับสนุนจากแผนกไอทีของบริษัทสำหรับอุปกรณ์พกพาส่วนบุคคลหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถาม 35 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าตนเองไม่ได้รับบริการสนับสนุนใดๆ ขณะที่ 63 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าตนเองจะยังคงใช้ซอฟต์แวร์แบบปรับแต่งหรือแอพพลิเคชั่นบนเว็บตามที่ตนเองต้องการสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนหรือคำยินยอมจากแผนกไอทีของบริษัทหรือไม่ก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นตัวเลขสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีการสำรวจ
ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามในเมืองไทยกว่า 3 ใน 4 คน (79 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองต้องการใช้อุปกรณ์พกพาในการทำงาน เพราะมีความคุ้นเคยและมีการปรับแต่งตามความต้องการส่วนบุคคล (56 เปอร์เซ็นต์) และมีฟังก์ชั่นที่มากกว่า (41 เปอร์เซ็นต์)
ผลจากการใช้อุปกรณ์พกพาสำหรับการทำงาน 85 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าพวกเขารู้สึกพึงพอใจมากขึ้นในการทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่ 81 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าพวกเขาทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตนเองใช้ความชื่นชอบส่วนตัวในการเลือกใช้อุปกรณ์พกพาเป็นเครื่องมือทางธุรกิจและโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับการทำงานด้วยเช่นกัน โดย 77 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในเมืองไทยระบุว่าตนเองพอใจที่จะทำงานให้กับนายจ้างที่เปิดโอกาสให้เลือกใช้ซอฟต์แวร์แบบปรับแต่งหรือแอพพลิเคชั่นบนเว็บได้อย่างอิสระสำหรับการทำงาน ขณะที่ 68 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าตนเองจะมองว่านายจ้างที่เปิดโอกาสดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีความก้าวหน้าและมีการปรับตัวอย่างยืดหยุ่น
“ประโยชน์ทางด้านจิตวิทยาของอุปกรณ์และนโยบายไอทีที่ยืดหยุ่นเป็นเรื่องที่นายจ้างควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ตอบแบบสอบถาม 68 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าตนเองจะให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทในการประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าหากว่าเขาสามารถใช้ซอฟต์แวร์แบบปรับแต่งหรือเว็บแอพพลิเคชั่นตามที่ตนเองต้องการ ด้วยเหตุนี้ บริษัทต่างๆ จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดหาแอพพลิเคชั่นและบริการให้แก่ผู้ใช้ และปรับใช้โซลูชั่นคลาวด์ คอมพิวติ้งที่เหมาะสม เพื่อเชื่อมโยงอุปกรณ์ที่หลากหลายที่ผู้ใช้เลือกใช้ในการทำงาน”

