สื่อต้นเรื่องของการนำเสนอข่าว คือ “เดลินิวส์” และสิ่งที่ได้เห็นจากปรากฏการณ์แสดงความคิดเห็นต่อข่าว “ภาษีคนโสด” คือ คอมเม้นที่พรั่งพรูเข้ามาในท้ายข่าวหน้าเว็บไซต์ และคอมเม้นในเฟซบุ๊กแฟนเพจของเดลินิวส์ ( Daily News Online) พบว่าผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นกว่าครึ่งต่อว่า “รัฐบาล” เพราะเข้าใจว่าเป็นต้นเรื่องของแนวคิดนี้ ทว่าความเป็นจริงต้นเรื่องความเห็นนี้เป็นของนักวิชาการที่เสนอแนะระหว่าง “การอภิปรายหัวข้อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายการรองรับในสองทศวรรษหน้า เพื่อกระตุ้นให้คนมีลูกเพิ่ม รับมือประเทศไทยเข้าสู่ยุคสังคมคนชรา” เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์ กดถูกใจ (Like) ในข่าว “ซ้ำเติมคนโสด นักวิชาการหนุนเก็บภาษีเพิ่ม” กว่า 133,640 ไลค์ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า มีผู้อ่านสนใจข่าวนี้อย่างมาก ขณะที่ยอดผู้อ่านข่าวนี้ข่าวเดียวสูงถึง 74,628 ครั้ง ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าข่าวนี้ได้รับความสนใจสูง อาจเพราะใกล้ตัวผู้อ่านมาก
ส่วนยอดคนอ่านข่าว เปิดความเห็น “โสดก็ผิด! ปั๊มลูกไม่ติดก็โดน! ภาษีเพิ่ม? มียอดกดไลค์ 3,140 ครั้ง และยอดผู้อ่านข่าวนี้ข่าวเดียวสูงถึง 12,038 ครั้ง
ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เดลินิวส์ในวันที่ 6 ก.ย.ซึ่งได้มีการนำเสนอข่าวนี้สูงขึ้นถึง 73.68% มียอดคนเข้าชมเว็บไซต์ 303,454 uip (ปกติมีผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 170,000-180,000 uip) และมีผู้เข้าชมข่าวจากมือถือสูงถึง 384,678 ครั้ง (ปกติมีผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 210,000-240,000 ครั้ง)
ปริมาณการเข้าเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากสนใจข่าวนี้เพราะเป็นข่าวใกล้ตัว แต่อีกส่วนหนึ่งอาจมาจากการส่งต่อ(แชร์) พาดหัวข่าวโดยไม่ได้อ่านเนื้อข่าว โดยพาดหัวที่เดลินิวส์ใช้คือ “เปิดความเห็นชงรัฐรีดภาษี โสดก็ผิดปั๊มลูกไม่ติดโดน!”
ข่าวนี้ถูกส่งต่อกันกระหน่ำในโลกโซเชียลมีเดีย ที่ปัจจุบันมีปริมาณผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยยอดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยอยู่ที่ราว 18 ล้านราย ส่วนทวิตเตอร์ 2 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่และในกรุงเทพฯ ดังนั้นข่าวนี้จึงได้รับความสนใจอย่างมาก ผนวกกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่ครองความเป็นโสดกันมากข่าวนี้จึงส่งผลกระทบสูง
เพียงครึ่งวันที่ข่าวนี้แพร่ออกไป นายธีรัตน์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงข่าวนี้ทีเดียว สรุปใจความได้ว่า “เป็นอีกวันที่คนไทยอ่านข่าวเฉพาะ Headline เพราะเรื่องการเก็บภาษีคนโสด เป็นแนวคิดของนักวิชาการคนหนึ่ง รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเรื่องภาษีอะไรแบบนั้นทั้งสิ้น”
ด้วยปริมาณความคิดเห็นที่มากมาย เดลินิวส์ออนไลน์ พยายามติดต่อไปยังนักวิชาการของม.รังสิต ผู้เสนอความคิดเห็นดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยทางมหาวิทยาลัยได้ส่งเอกสารชี้แจงมาว่า ข้อเสนอเก็บภาษีคนโสด ไม่ใช่ข้อเสนอแนะของมหาวิทยาลัย แต่เป็นความเห็นของนักวิชาการ โดยย้ำว่าอนาคตประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ต้องเร่งแก้ก่อนฐานะการคลังมีปัญหา
ที่สุดแล้วข่าว “ภาษีคนโสด” ที่นำเสนอออกไปและมียอดเข้าชมมากมาย ผู้อ่านคงต้องเป็นผู้ตอบคำถามว่า อ่านข่าวนี้เพราะ “สนใจและมีผลกระทบ” หรือเพียงเพราะ “พาดหัวข่าว”
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

